ชนิดสายพันธุ์บัวในประเทศไทย
บัวหลวง หรือดอกบัวที่ใช้จัดแจกันบูชาพระ
มีดอกและใบชูขึ้นเหนือน้ำ ใบสีเขียวนวลค่อนข้างกลม ขอบใบเรียบ ผิวด้านบนมีขนอ่อนๆ และนวล ดอกมี 4 สี ได้แก่ สีขาว สีแดง สีชมพู และสีเหลือง ติดผลเป็นฝัก การขยายพันธุ์ บัวหลวงมีไหล ชอนไชไปตามหน้าดิน ต้นใหญ่จะเกิดมาจากไหลเหล่านั้น ปลูกต้นเดียวถ้าไม่ตายในหนึ่งปีขายออกไปได้เยอะจนกระทั่งเต็มบึง
บัวสาย
เป็นบัวที่อยู่ตามหนองบึงที่มีระดับน้ำลึก เป็นบัวที่ชาวบ้านมักนิยมเก็บก้านดอกมาทำอาหาร หรือที่เรียกว่า สายบัว แม้ปัจจุบันนี้ยังนิยมนำมาปรุงอาหารเช่น แกงเลียงสายบัว บัวสายมีใบที่ใหญ่ ขอบใบหยัก มีดอกสีบานเย็น สีขาว และสีชมพู ดอกมีกลิ่นหอมอ่อน การขยายพันธุ์ บัวสายมีเหง้าอยู่ใต้ดิน เมื่อต้นเก่าโทรมไปเมื่อน้ำแห้ง ครั้นถึงฤดูน้ำท่วมหัวเหล่านั้นก็จะแตกต้นอ่อนขึ้นมาใหม่ และอีกแบบคือการเพาะเมล็ด
บัวผัน บัวเผื่อน
เป็นบัวพื้นเมืองที่ขึ้นอยู่ตามทุ่งนา ตามหนองน้ำ และน้ำคูน้ำริมถนนที่พบเห็นได้ทั่วไปเมื่อเดินทางออกไปตามชนบทที่มีน้ำท่วมขัง ดอกบานตอนเช้าและหุบในตอนเย็น ใบรูปไข่จนถึงกลม ดอกมีหลายกลีบ มีกลิ่มหอม การขยายพันธุ์ใช้วีธีการเพาะเมล็ด
บัวลูกผสมกลุ่มบัวผัน
บัวผันมีดอกเล็กและมีกลีบดอกน้อย ปัจจุบันได้มีการผสมพันธุ์ผัวบันเกิดเป็นบัวลูกผสมที่กลีบดอกซ้อนสีสันสวยงาม และเป็นที่นิยมปลูกประดับกันทั่วไป บัวประดับที่พบเห็นส่วนใหญ่ล้วนเป็นบัวลูกผสมของกลุ่มบัวผันเกือบทั้งหมด สำหรับชื่อของพันธุ์ลูกผสมนั้นมีชื่อเรียกกันมากมายแล้วแต่ผู้คิดค้นพันธุ์จะตั้งชื่อ ตั้งชื่อตามเจ้าของบ้าง ตั้งชื่อใหม่ตามจินตนาการบ้าง จดจำกันไม่หวัดไม่ไหว ขายยพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด
อีกชนิดหนึ่งที่นิยมปลูกในเมืองไทย ได้แก่บัวนอกหรือบัวฝรั่ง มีสีสันสวยงาม มีรูปทรงดอกสวย ใบกลมมันสวย สมัยก่อนมีราคาแพงต้นละ 1000 กว่าบาท ลดลงมาเหลือ 500 บาท 300 บาท จนตอนหลังนี้เหลือกระถางละ 150 บาท ไปจนถึง กระถางละ 50 บาท แต่ไปอาจจะราคา 3 กระถาง 100 , แต่ละชนิดมีสีสวยงามทั้งสีขาว สีแดง สีชมพู สีเหลือง ดอกเหลืองเกสรชมพู สารพัด บัวนอกจะมีลำต้นอยู่ใต้ดิน เจริญเติบโตไปทิศทางข้างหน้าลักษณะเหมือนไหลบัว การขยายพันธุ์เพียงแค่ตัดลำต้นออกเป็นท่อนๆ แล้ววางไว้ก็จะแตกกอใหญ่ออกมามากมาย ด้วยเหตุที่ขยายพันธุ์ง่ายจึงทำให้ราคาลดลงอย่างรวดเร็ว
บัว มีหลายชนิด แต่ละชนิดมีหลายสี ชนิดพันธุ์ของบัวจำแนกสายพันธุ์ได้ดังนี้
1 . ปทุมชาติ หรือ บัวหลวง ( Lotus )
จัดอยู่ในสกุล Nelumbo มีแหล่งกำเหนิดในทวีปเอเซีย มีไหลอยู่ใต้ดิน ใบมีขนาดใหญ่ ดอกมีทั้งดอกซ้อนและไม่ซ้อน ใบและดอกชูขึ้นเหนือน้ำ ในประเทศไทยมีอยู่ 4 พันธ์
2. อุบลชาติ ( Water-lily ) จัดอยู่ในสกุล Nymphaea มีแหล่งกำเหนิดในทวีปเอเซีย มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ใบลอยแตะผิวน้ำ รูปร่างใบมีหลายแบบ ก้านใบไม่มีหนาม กลีบดอกมีทั้งดอกซ้อน แบ่งเป็น 2 ประเภท
2.1 อุบลชาติยืนต้น ( Hardy water-lily )
มีถิ่นกำเหนิดในเขตอบอุ่น และเขตหนาว หรือที่เรียกว่า บัวฝรั่ง มีเหง้าเลื้อยไปตามผิวดิน แตกหน่อง่าย ติดเมล็ดยาก พักตัวในฤดูหนาว ขอบใบเรียบ ดอกลอยแตะผิวน้ำหรือชูเหนือน้ำเล็กน้อย ดอกมีหลายสี กลีบดอกซ้อนสวยงามมาก มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามลักษณะดอกและสีตามที่ผู้พัฒนาพันธุ์คิดขึ้น
2.2 อุบลชาติล้มลุก ( Tropical water-lily )
มีถิ่นกำเหนิดในเขตร้อน ไม่พักตัวในฤดูหนาว มีเหง้าเจริญเติบโตในแนวดิ่ง ดอกมีหลายสี ใบลอยแตะผิวน้ำ ดอกชูขึ้นเหนือผิวน้ำขอบใบจักมน หรือ แหลม แบ่งออกเป็น 4 ชนิด
2.2.1 บัวผันและบัวเผื่อน ( บานกลางวัน )
ดอกมีกลิ่นหอมมาก บานตอนเช้าหุบตอนเย็น ก้านและใบไม่มีขน ดอกมีหลายสี ติดเมล็ดง่าย ผสมพันธุ์ข้ามระหว่างสีต่างๆ ได้ง่ายทั้งโดยแมลงในธรรมชาติ และโดยฝีมือมนุษย์ บัวชนิดนี้จึงเกิดสีสันต่างๆ มากมาย เป็นที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับกันมาก ราคาถูก ขยายพันธุ์ง่าย ดูแลง่าย ดอกก็หอมมาก สามารถหาซื้อได้ตามร้านต้นไม้ทั่วไป ราคากระถางละ 25-50 บาท
2.2.2 บัวสาย ( บานกลางคืน )
เป็นบัวที่ชาวบ้านนิยมเก็บสายบัวมาประกอบอาหาร บานตอนใกล้ค่ำและหุบตอนเช้า บางชนิดไม่หอม บางชนิดหอมอ่อนๆ บัวชนิดนี้มีก้านใบและก้านดอกยาวสามารถขึ้นอยู่ได้ในระดับน้ำลึกๆ ได้ พบเห็นได้ทั่วไปตามหนองบึงและในแหล่งน้ำธรรมชาติตามชนบท แตกกอง่ายและมีหัวอยู่ใต้ดิน ในฤดูแล้งที่น้ำแล้งก็โทรมไปแต่หัวยังฝังอยู่ในดิน เมื่อฤดูฝนมีน้ำมาก็จะแตกใบขึ้นมาใหม่เต็มหนองบึง ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาจนเกิดสีสันและพันธุ์ใหม่ขึ้นมาอีกหลายชนิด และยังจะมีพันธุ์ใหม่เกิดขึ้นเรื่อยๆ
2.2.3 จงกลนี
เป็นบัวพันธุ์ใหม่ที่พบในธรรมชาติคาดว่าเกิดจากการแปลงพันธุ์ในธรรมชาติ ใบเหมือนบัวตระกูลบัวผัน บัวเผื่อน แต่ดอกซ้อนเหมือนบัวฝรั่ง มีเหง้าใต้ดิน เหง้าเจริญในแนวดิ่ง ต้นอ่อนจะเกิดจากเหง้าใต้ดินเจริญเติบโตขึ้นมาจากโคนต้นแม่ ใบลอยลอยแตะผิวน้ำ ดอกลอยแตะผิวน้ำเล็กน้อย ก้อนใบก้านดอกยาวและอ่อนควรปลูกในที่ระดับน้ำลึก ดอกบานแล้วบานเลยจะไม่หุบจนกว่าจะโรยไป ประมาณ 3 วัน จงกลนีเป็นบัวที่มีกลีบดอกเยอะแต่สีสันยังไม่สวยและที่กลีบดอกมีสีเขียวดูเปรอะ กลีบดอกเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ
3. บัวกระด้ง หรือ บัววิคตอเรีย ( Royal water-lily, Victoria )
ลักษณะทั่วไปของดอกบัว…
บัวเป็นพืชน้ำล้มลุก ลักษณะลำต้นมีทั้งที่เป็น เหง้า ไหล หรือหัว ใบเป็นใบเดี่ยวเจริญขึ้นจากลำต้น โดยมีก้าน ใบส่งขึ้นมาเจริญที่ใต้น้ำ ผิวน้ำหรือ เหนือน้ำ รูปร่างของใบส่วนใหญ่กลมมีหลายแบบบางชนิดมีก้านใบติดอยู่ที่หลัง
ใบ ดอกเป็นดอก เดี่ยว สมบูรณ์เพศ ประกอบด้วยกลีบเลี้ยง 4-6 กลีบ กลีบดอกมีทั้งชนิดซ้อนและไม่ซ้อน มีสีสันแตก
ต่างกัน แล้วแต่ชนิด บัวที่พบและนิยมปลูกในประเทศไทยมีอยู่ 3 สกุล คือ
1.สกุลบัวหลวง (Lotus) เป็นบัวในสกุล Nelumbo
- มีชื่อเรียกกันทั่วไปว่า ปทุมชาติ หรือ บัวหลวง มีถิ่นกำเนิดแถบเอเชีย เช่น จีน อินเดียและไทย
-ลำต้นใต้ดินแบบเหง้าและไหลซึ่งเมื่อยังอ่อนจะมีลักษณะเรียวยาวเมื่อโตเต็มที่จะอวบอ้วนเนื่องจากสะสม
อาหาร ไว้ มากมีข้อปล้องเป็นที่เกิด ของรากใบ และดอกเกิดจากหน่อ
ที่ข้อปล้องแล้วเจริญขึ้นมา ที่ผิวน้ำหรือ เหนือน้ำ ใบเป็นใบเดี่ยว มีลักษณะ
กลมใหญ่สีเขียวอมเทา ขอบใบยกผิว ด้านบน มีขนอ่อนๆทำให้เมื่อ โดนน้ำ จะไม่เปียกน้ำ เมื่อใบยังอ่อนใบ จะลอยน้ำ ส่วนใบแก่จะชูพ้นน้ำ
- ก้านใบและก้านดอกมีหนาม ดอกเป็นดอกเดี่ยวขนาด ใหญ่ชูสูงพ้น
ผิวน้ำ มีทั้งดอกป้อม และดอกแหลม บานในเวลากลางวันมีกลิ่นหอมอ่อนๆ
ประกอบด้วย กลีบเลี้ยง4-6 กลีบด้านนอกมีสีเขียวด้านในมีสีเดียวกับกลีบ ดอก กลีบดอกมีทั้งชนิดดอกซ้อน และ
ไม่ซ้อน-สีของกลีบดอกมีทั้งสีขาว ชมพู หรือ เหลือง แตกกต่างกันแล้วแต่ ชนิด พันธุ์ บัวในสกุลนี้เป็นบัวที่รู้จักกันดี
เ พราะเป็นบัวที่มีดอกใหญ่ นิยมนำมาไหว้พระและใช้ในพิธีทางศาสนา เหง้าหรือ ที่เรียกกันว่ารากบัวและไหลบัว
รวมทั้งเมล็ดสามารถนำมาเป็นอาหารได้
2.สกุลบัวสาย (Waterlily) เป็นบัวในสกุล Nymphaea
- มีชื่อเรียกกันทั่วไปว่า อุบลชาติ หรือ บัวสาย บัวสกุลนี้มีลำต้นใต้ดินเป็นหัวหรือเหง้า ใบและดอกเกิด
จากตา หรือหน่อและเจริญขึ้นมา ที่ผิวน้ำ ด้วยก้านส่ง ใบ และยอด บางชนิดมีใบใต้น้ำ
– ใบเป็นใบเดี่ยว มีขอบใบทั้งแบบเรียบและแบบคลื่น ผิวใบด้านบนเรียบ เป็นมัน ด้านล่างมีขนละเอียด หรือ ไม่มี ดอกเป็นดอกเดี่ยวมีทั้งชนิดที่บานกลางคืนและบานกลางวันบางชนิดมีกลิ่นหอมมีสีสันหลากหลาย
แตกต่างกันไป
3.สกุลบัววิกตอเรีย (Victoria) เป็นบัวในสกุล Victoria
- มีชื่อเรียกกันทั่วไปว่า บัวกระด้ง จัดเป็นบัวที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีลำต้นใต้ดินเป็นหัวใหญ่ ใบเป็นใบเดี่ยว มีขนาดใหญ่ประมาณ 6 ฟุต ลอยบนผิวน้ำ ใบอ่อน มีสีแดงคล้ำเมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้ม ขอบใบยกขึ้น
ตั้งตรง มีหนามแหลมตามก้านใบและผิวใบด้านล่าง ดอกเป็นดอกเดี่ยวขนาดใหญ่
– ก้านดอกและกลีบเลี้ยงด้านนอกมีหนามแหลม บานเวลากลางคืนและมีกลิ่นหอม ดอกประกอบด้วย
กลีบเลี้ยง จำนวน 4 กลีบ ด้านนอกมีสีเขียวด้าน ในสีเดียว กับกลีบดอก เมื่อเริ่มบานกลีบดอกจะมีสีขาว และจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูต่อไป
ใบ ดอกเป็นดอก เดี่ยว สมบูรณ์เพศ ประกอบด้วยกลีบเลี้ยง 4-6 กลีบ กลีบดอกมีทั้งชนิดซ้อนและไม่ซ้อน มีสีสันแตก
ต่างกัน แล้วแต่ชนิด บัวที่พบและนิยมปลูกในประเทศไทยมีอยู่ 3 สกุล คือ
1.สกุลบัวหลวง (Lotus) เป็นบัวในสกุล Nelumbo
- มีชื่อเรียกกันทั่วไปว่า ปทุมชาติ หรือ บัวหลวง มีถิ่นกำเนิดแถบเอเชีย เช่น จีน อินเดียและไทย
-ลำต้นใต้ดินแบบเหง้าและไหลซึ่งเมื่อยังอ่อนจะมีลักษณะเรียวยาวเมื่อโตเต็มที่จะอวบอ้วนเนื่องจากสะสม
อาหาร ไว้ มากมีข้อปล้องเป็นที่เกิด ของรากใบ และดอกเกิดจากหน่อ
ที่ข้อปล้องแล้วเจริญขึ้นมา ที่ผิวน้ำหรือ เหนือน้ำ ใบเป็นใบเดี่ยว มีลักษณะ
กลมใหญ่สีเขียวอมเทา ขอบใบยกผิว ด้านบน มีขนอ่อนๆทำให้เมื่อ โดนน้ำ จะไม่เปียกน้ำ เมื่อใบยังอ่อนใบ จะลอยน้ำ ส่วนใบแก่จะชูพ้นน้ำ
- ก้านใบและก้านดอกมีหนาม ดอกเป็นดอกเดี่ยวขนาด ใหญ่ชูสูงพ้น
ผิวน้ำ มีทั้งดอกป้อม และดอกแหลม บานในเวลากลางวันมีกลิ่นหอมอ่อนๆ
ประกอบด้วย กลีบเลี้ยง4-6 กลีบด้านนอกมีสีเขียวด้านในมีสีเดียวกับกลีบ ดอก กลีบดอกมีทั้งชนิดดอกซ้อน และ
ไม่ซ้อน-สีของกลีบดอกมีทั้งสีขาว ชมพู หรือ เหลือง แตกกต่างกันแล้วแต่ ชนิด พันธุ์ บัวในสกุลนี้เป็นบัวที่รู้จักกันดี
เ พราะเป็นบัวที่มีดอกใหญ่ นิยมนำมาไหว้พระและใช้ในพิธีทางศาสนา เหง้าหรือ ที่เรียกกันว่ารากบัวและไหลบัว
รวมทั้งเมล็ดสามารถนำมาเป็นอาหารได้
2.สกุลบัวสาย (Waterlily) เป็นบัวในสกุล Nymphaea
- มีชื่อเรียกกันทั่วไปว่า อุบลชาติ หรือ บัวสาย บัวสกุลนี้มีลำต้นใต้ดินเป็นหัวหรือเหง้า ใบและดอกเกิด
จากตา หรือหน่อและเจริญขึ้นมา ที่ผิวน้ำ ด้วยก้านส่ง ใบ และยอด บางชนิดมีใบใต้น้ำ
– ใบเป็นใบเดี่ยว มีขอบใบทั้งแบบเรียบและแบบคลื่น ผิวใบด้านบนเรียบ เป็นมัน ด้านล่างมีขนละเอียด หรือ ไม่มี ดอกเป็นดอกเดี่ยวมีทั้งชนิดที่บานกลางคืนและบานกลางวันบางชนิดมีกลิ่นหอมมีสีสันหลากหลาย
แตกต่างกันไป
3.สกุลบัววิกตอเรีย (Victoria) เป็นบัวในสกุล Victoria
- มีชื่อเรียกกันทั่วไปว่า บัวกระด้ง จัดเป็นบัวที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีลำต้นใต้ดินเป็นหัวใหญ่ ใบเป็นใบเดี่ยว มีขนาดใหญ่ประมาณ 6 ฟุต ลอยบนผิวน้ำ ใบอ่อน มีสีแดงคล้ำเมื่อแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้ม ขอบใบยกขึ้น
ตั้งตรง มีหนามแหลมตามก้านใบและผิวใบด้านล่าง ดอกเป็นดอกเดี่ยวขนาดใหญ่
– ก้านดอกและกลีบเลี้ยงด้านนอกมีหนามแหลม บานเวลากลางคืนและมีกลิ่นหอม ดอกประกอบด้วย
กลีบเลี้ยง จำนวน 4 กลีบ ด้านนอกมีสีเขียวด้าน ในสีเดียว กับกลีบดอก เมื่อเริ่มบานกลีบดอกจะมีสีขาว และจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูต่อไป



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น